เสนาฯ ทุ่ม 507 ล้าน ถือหุ้น JSP พร้อมรุกหนักปี 65 พัฒนาโครงการรอบทิศ กทม.-ปริมณฑล

เศรษฐกิจ (ในประเทศ - ต่างประเทศ)

เสนาฯ เครื่องร้อนเข้าซื้อธุรกิจอสังหาฯ โครงการคอนโดฯ สร้างค้าง สร้างโอกาสทางธุรกิจ ล่าสุด ส่งท้ายปีกับบิ๊กเซอร์ไพรส์! ทุ่ม 507.3 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น JSP ธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายและเช่า ถือหุ้นสัดส่วน 24.6% พร้อมดีลเข้าลงทุนเพิ่มเติม

นางวีรพร ไชยสิริยะสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการและเลขานุการบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้บริษัทฯเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP จำนวน 1,014,600,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 24.6 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ JSP ในราคา 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 507.3 ล้านบาท จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิมของ JSP ผ่านกระดานการซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) โดยภายหลังจากการเข้าทำรายการ บริษัทเสนาฯ จะส่งตัวแทนของบริษัทฯ เข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทใน JSP จำนวน 2 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ บริษัทเสนาฯ อยู่ระหว่างการศึกษาเข้าลงทุนเพิ่มเติมในกรณีที่บริษัทฯ มีการพิจารณาเพื่อเข้าลงทุนใน JSP เพิ่มเติม บริษัทฯ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเข้าลงทุนใน JSP เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ รวมทั้งต่อยอดและสนับสนุนโครงการพัฒนาอสังหาฯ ของบริษัทฯ เนื่องจาก JSP ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เพื่อขายและเพื่อการเช่า

“เสนาฯ เตรียมต่อจิ๊กซอว์ครั้งสำคัญปี 65 จะดาวกระจายพัฒนาโครงการรอบทิศกรุงเทพฯ และปริมณฑล จนถึงต่างจังหวัด ส่วนจะเป็นโลเกชันไหนคงต้องรอแถลงในปีหน้า” ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ฯ กล่าวให้เห็นภาพการเคลื่อนธุรกิจของเสนาฯ ในปีหน้า

ก่อนหน้านี้ ทางเสนาฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ในการเติมแอสเสทเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขยายโอกาสในการลงทุน โดยมีการเข้าลงทุนในบริษัท ภัทรนันท์ แอสเซท จำกัด ในสัดส่วน 100% มูลค่าเงินลงทุนรวม 385 ล้านบาท ทำให้บริษัท ภัทรนันท์ แอสเซท จำกัด มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของเสนาฯ โดยดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาฯ เพื่อขายในรูปแบบคอนโดฯ โลว์ไรส์ 1 โครงการ “ไฮป์ สาทร-ธนบุรี” จำนวน 914 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 7 ไร่

และได้มีการเข้าซื้อโครงการที่สร้างค้างไปแล้ว 3 ทำเล ประกอบด้วย 1.ย่านรัตนาธิเบศร์ 2.ย่านเจริญนคร 3.ย่านบางซื่อ-เตาปูน โดยทั้ง 3 โครงการพัฒนาภายใต้แบรนด์ใหม่ “เฟล็กซี่ (FLEXI)” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y & Gen Z โดย “เฟล็กซี่ (FLEXI)” จะถูกนำมาใช้กับโปรเจกต์แรก เฟล็กซี่ (FLEXI) รัตนาธิเบศร์

สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้ทางบริษัทปรับลดลงเหลือ 7,111 ล้านบาท ส่วนยอดโอนของบริษัทได้ปรับลดลงมาเหลือ 6,943 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) ไตรมาส 3/2564 ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 คิดเป็นมูลค่า 8,019 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64 ยังมียอดขายรอการโอนกรรมสิทธิ์อีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเฟล็กซี่ สาทร-เจริญนคร (บริษัทร่วมทุน) โครงการนิช โมโน อิสรภาพ (บริษัทร่วมทุน) และโครงการ นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา (บริษัทร่วมทุน) ที่จะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงสิ้นปีนี้ และสามารถทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ 3,496 ล้านบาท และทยอยรับรู้ในปีถัดไปตามลำดับ

โดยในปี 2564 ทางเสนาเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 13 โครงการ รวมมูลค่า 10,505 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการร่วมทุน 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 5,541 ล้านบาท และโครงการของเสนา 5 โครงการ 4,964 ล้านบาท ที่ผ่านมา ทางเสนาดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและบริหาร Cash Flow ได้อย่างอย่างแข็งแกร่ง ช่วยลดความเสี่ยง ทั้งยังรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้พันธกิจแห่งปี “SENA Strong”